จากบทความเรื่อง เมื่อชาวนาลุกขึ้นมาสร้างตลาดเอง ทำให้ได้ข้อคิดหลายเรื่องเกี่ยวกับ ชาวนาไทย และนึกย้อนกลับไปถึงเรื่องของนาข้าวอินทรีย์และการเกษตรอินทรีย์ทั้งหลาย ทำให้ได้รับคำตอบที่ว่า ทำไมชาวนาไทย ถึงยังคงหนีไม่พ้นกับคำว่า ยากจน เสียที ชาวนาขายข้าว แต่ข้าวไม่ได้ราคา เป็นปัญหาของใคร ผิดที่เกษตรกร หรือผิดที่ใคร เพราะปัญหานี้เป็นปัญหาที่ยังคงแก้ไม่ตกในทุกยุคสมัยในประเทศเรา
เมื่อรายได้จากการขายข้าวไม่มากพอเลี้ยงปากท้อง รายได้ไม่คุ้มกับต้นทุนและความเสี่ยงอื่น จึงเป็นสาเหตุสำคัญประการหนึ่งที่ทำให้ชาวนาส่วนใหญ่ในประเทศไทย ยังติดอันดับกลุ่มคนจนที่สุดของประเทศ ไม่แค่เพียงชาวนา เกษตรกรอื่นก็มีลักษณะที่คล้ายคลึงกัน คือต้นทุนสูง ผลผลิตมาก แต่ขายไม่ได้ราคา แต่พอไปสำรวจตลาดราคาสินค้าเกษตร ราคากลับพุ่งสูงขึ้นจนผู้บริโภคแทบกระอัก ราคาสินค้าเกษตรในประเทศแพง ราคาข้าวที่ขายในประเทศแพง แต่ทำไมเกษตรกรไทยถึงยังคงยากจนอยู่ ปัญหานี้อีกกี่ปีถึงจะได้รับการแก้ไขอย่างจริงจัง
ต้นเหตุมาจากใคร เราก็รู้ๆ กันอยู่ ชาวนาจำนวนมากพยายามแก้ไขปัญหาของตนเองให้หลุดพ้นวงจรนี้ โดยเริ่มจากการลดต้นทุนการผลิต ปรับเปลี่ยนวิธีทำนาให้มีต้นทุนน้อยลง งดใช้สารเคมีและปุ๋ยราคาแพง หันมาใช้ปัจจัยที่หน่วยงานต่างๆ แนะนำ ผลิตเองหรือหาได้เองจากในแปลงนาและชุมชนท้องถิ่น เริ่มแรกผลผลิตจะลดน้อยลงอย่างเห็นได้ชัดจนหลายกลุ่มท้อหมดสิ้นความหวังว่าไปไม่รอดจนต้องกลับไปใช้ระบบเก่า แต่หากเกษตรกรบางกลุ่มก็ผ่านพ้นช่วงเปลี่ยนผ่านนี้ไปได้
ระบบใหม่เริ่มเข้าที่เข้าทาง ผลผลิตก็กลับพัฒนาดีขึ้นเรื่อยๆ โดยต้นทุนลดน้อยลงอย่างเห็นได้ชัด จากล้มลุกคลุกคลานก็แปรเปลี่ยนเป็นยืนได้ ลุกขึ้นเดินได้ วิ่งได้ ได้ผลผลิตข้าวที่มีคุณภาพและปลอดภัยกับทั้งชาวนาและผู้บริโภคมากขึ้น ทำให้ชาวนาไทยกลุ่มนี้ สามารถยืนหยัดและสร้างตลาดเองได้ ขายเองได้ ส่งออกเองได้ โดยไม่ง้อคนกลางอีกต่อไป ตัวอย่างเช่น กลุ่ม ข้าวคุณธรรม
สมัครสมาชิก:
ส่งความคิดเห็น
(
Atom
)

0 ความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น